แผนเตรียมร่างกาย 12 สัปดาห์ก่อนสอบพละ
สามเดือนเป็นเวลาที่ใช้เตรียมร่างกายได้ ถ้าเริ่มจากความพร้อมของตัวเอง แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับการฝึกอย่างเป็นขั้นตอน
แผนด้านล่างเป็นตัวอย่าง เอาไปใช้เป็นแนวทางและปรับให้เข้ากับร่างกายของตัวเองได้ แต่ไม่ได้รับรองว่าจะผ่านเกณฑ์
หลัก 4 ข้อที่แผนนี้ใช้
- เริ่มน้อย แล้วค่อยเพิ่ม องค์การอนามัยโลกแนะนำให้วัยรุ่นเริ่มจากกิจกรรมทางกายเบา ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความถี่ ความหนัก และระยะเวลา
- แอโรบิกหนักและฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ โดยภาพรวม ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 60 นาที
- ฝึกแรงต้านสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ในวันที่ไม่ติดกัน เริ่มจากน้ำหนักเบาและเน้นทำท่าให้ถูก (NSCA)
- พักให้พอ ถ้าฝึกหนักต่อเนื่องแต่พักไม่เพียงพอ อาจเสี่ยงบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ และทำให้สมรรถภาพลดลง (AAP)
อาจเคยได้ยินว่า "เพิ่มระยะวิ่งไม่เกินสัปดาห์ละ 10%" แต่ผลทบทวนงานวิจัยพบว่าหลักฐานสนับสนุนเรื่องนี้ยังมีจำกัดมาก จึงไม่ควรมองเป็นกฎตายตัว ค่อย ๆ เพิ่มและสังเกตการตอบสนองของร่างกายตัวเองจะเหมาะกว่า
สัปดาห์ที่ 1 · วัดจุดเริ่มต้น
- อบอุ่นร่างกายด้วยการเคลื่อนไหว 5–10 นาทีก่อนฝึกทุกครั้ง
- ลองทำให้ครบทุกสถานีของสนามที่จะสอบ โดยให้ครูหรือเพื่อนช่วยจับเวลาและนับจำนวนครั้ง
- นำผลไปเทียบกับตารางคะแนนในบทความเกณฑ์ทดสอบพละ แล้วจดไว้ว่าสถานีไหนยังห่างจากเป้าหมายมากที่สุด
สัปดาห์ที่ 2–5 · สร้างพื้นฐาน
- ความทนทาน: เคลื่อนไหวต่อเนื่องตั้งแต่ 10–15 นาทีขึ้นไปต่อครั้ง เช่น วิ่งเหยาะหรือว่ายน้ำ กรมพลศึกษาระบุว่า การพัฒนาความอดทนของหัวใจและระบบไหลเวียนเลือดต้องอาศัยการเคลื่อนไหวต่อเนื่องประมาณนี้
- กล้ามเนื้อ: ฝึกท่าที่ใช้น้ำหนักตัว เช่น ดึงข้อแบบช่วยตัวเอง ลุก-นั่ง สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง โดยเว้นวันไม่ให้ฝึกติดกัน
- NSCA แนะนำให้เยาวชนฝึก 1–3 เซต เซตละ 6–15 ครั้ง โดยมีผู้ใหญ่ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมดูแล
- การเพิ่มจำนวนครั้งที่ทำช่วยพัฒนาความอดทนของกล้ามเนื้อได้ (กรมพลศึกษา)
- ความอ่อนตัว: ยืดเหยียดแบบอยู่กับที่ ค้างไว้ราว 10–15 วินาที เพื่อช่วยในการทดสอบสถานีนั่งงอตัว (กรมพลศึกษา)
สัปดาห์ที่ 6–9 · เพิ่มความหนัก
- เพิ่มวันที่ฝึกแอโรบิกระดับหนักให้ได้อย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์
- เพิ่มการฝึกแบบหนักสลับเบา เพราะงานทบทวนวิจัยพบว่า ช่วยพัฒนาสมรรถภาพหัวใจและปอดของวัยรุ่นอายุ 13–18 ปีได้มาก
- แต่ยังไม่พบว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน จึงต้องฝึกกล้ามเนื้อแยกต่างหากด้วย
- เมื่อทำท่าฝึกกล้ามเนื้อได้ครบและถูกต้องแล้ว ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนครั้งหรือจำนวนเซตทีละน้อย
สัปดาห์ที่ 10–11 · ซ้อมตามสถานีจริง
- ฝึกทำสถานีต่าง ๆ ตามลำดับและกติกาของสนามที่จะสอบจริง
- จับเวลาแล้วเทียบกับตารางคะแนนอีกครั้ง เพื่อดูว่าสถานีที่ยังอ่อนในสัปดาห์แรกพัฒนาขึ้นแค่ไหน
- ฝึกให้คุ้นกับรายละเอียดของกติกา เช่น ระหว่างว่ายน้ำห้ามเกาะขอบสระหรือลู่
สัปดาห์ที่ 12 · ไม่เพิ่มภาระใหม่
- ยังคงฝึกเบา ๆ แต่ไม่เพิ่มภาระหรือท่าใหม่ เพราะถ้าฝึกหนักเกินกว่าที่ร่างกายจะฟื้นตัวทัน อาจทำให้สมรรถภาพลดลงและเสี่ยงบาดเจ็บ (AAP)
- นอนหลับให้เพียงพอ ส่วนเรื่องการนอนและการกิน อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความกิน นอน พัก
ข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล
งานวิจัยบางชิ้นที่อ้างถึงข้างต้นศึกษาในผู้ใหญ่ ส่วนแนวทางขององค์การอนามัยโลกก็เป็นคำแนะนำด้านสุขภาพสำหรับคนทั่วไป ไม่ใช่โปรแกรมเพิ่มสมรรถภาพเพื่อการแข่งขัน
ถ้าเป็นไปได้ ให้ครูพละหรือโค้ชที่มีคุณสมบัติเหมาะสมช่วยปรับแผนให้เข้ากับตัวเอง

ที่มา:
- องค์การอนามัยโลก. WHO guidelines on physical activity and sedentary behaviour (2020) และฉบับแปลภาษาไทยของกรมอนามัย (2564)
- NSCA. Youth resistance training: updated position statement paper (2009)
- Damsted C และคณะ. งานทบทวนเรื่องการเปลี่ยนภาระฝึกกับการบาดเจ็บจากการวิ่ง (2018)
- Costigan SA และคณะ. งานทบทวนการฝึกแบบหนักสลับเบาในวัยรุ่น (2015)
- American Academy of Pediatrics. Overuse Injuries, Overtraining, and Burnout in Young Athletes (2024)
- กรมพลศึกษา. แบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของนักเรียน ระดับมัธยมศึกษา (2562)
---
ลองทำโจทย์ตามวิชาที่สอบ พร้อมคำอธิบายเฉลย ในระบบฝึกข้อสอบของโรงเรียน
เข้าสู่ app.dnpthetutor.comข้อมูล ณ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 · ตรวจประกาศล่าสุดที่ลิงก์ราชการทุกครั้งก่อนสมัคร
ดาวนภา · DNP The Tutor